“จิงเคอ” นักฆ่าที่ประวัติศาสตร์จดจำ
แม้ว่าแผนลอบสังหาร จิ๋นซีฮ่องเต้ จะคว้าน้ำเหลว แต่ชื่อของ จิงเคอ (荊軻) หรือ ฉิ้งเคอ หนึ่งในมือสังหารยุคจีนโบราณก็ยังคงถูกกล่าวขานในหนังสือเรียนและตำราจีนหลายเล่ม เรียกได้ว่าเป็น ‘นักฆ่าผู้โด่งดังแห่งยุค’
แม้ว่าแผนลอบสังหาร จิ๋นซีฮ่องเต้ จะคว้าน้ำเหลว แต่ชื่อของ จิงเคอ (荊軻) หรือ ฉิ้งเคอ หนึ่งในมือสังหารยุคจีนโบราณก็ยังคงถูกกล่าวขานในหนังสือเรียนและตำราจีนหลายเล่ม เรียกได้ว่าเป็น ‘นักฆ่าผู้โด่งดังแห่งยุค’
หลายคนเข้าใจว่ามังกรเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติจีน จึงเรียกประเทศจีนว่า ‘แผ่นดินมังกร’ หรือแม้แต่ชาวจีนเองก็เรียกตัวเองว่า ‘龙的传人’ ซึ่งหลายคนแปลว่า ‘ลูกหลานของมังกร’
หากพูดถึงบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์จีนอย่างขงจื่อ (孔子) เหลาจื่อ (老子) เมิ่งจื่อ (孟子) หรือแม้แต่สวินจื่อ (荀子) เชื่อว่าคนไทยหลายต่อหลายคนคงได้ยินผ่านหูมาบ้าง แต่มีบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์จีนอีกท่านหนึ่งที่ยังไม่ค่อยปรากฏสู่สายตาคนไทยและยังไม่ค่อยได้รับการพูดถึงเท่าใดนัก นั่นก็คือ ก่วนจ้ง (管仲) หรือก๋วนจื่อ (管子)
เมื่อกล่าวถึงจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ชิง (清朝 ค.ศ. 1636-1912) แน่นอนว่าย่อมต้องมี 3 พระองค์ รวมอยู่ด้วย ได้แก่ จักรพรรดิคังซี (康熙 ค.ศ. 1654-1722) ครองราชสมบัติยาวนานถึง 61 ปี สวรรคตเมื่อพระชนมายุ 69 พรรษา จักรพรรดิยงเจิ้ง (雍正 ค.ศ. 1678-1735) ครองราชสมบัติเพียง 13 ปี สวรรคตเมื่อพระชนมายุ 57 พรรษาเท่านั้น และจักรพรรดิเฉียนหลง (乾隆 ค.ศ. 1711-1799)
จักรพรรดิคังซี (康熙 ค.ศ1654-1722) เป็นจักรพรรดิองค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์ชิง (清 ค.ศ 1636 – ค.ศ 1912) เป็นโอรสของจักรพรรดิซุ่นจื้อ (順治 ค.ศ 1638-1661) ขึ้นครองราชย์เมื่อมีพระชนมายุเพียง 8 พรรษา หลังจากพระราชบิดาสวรรคตแล้ว พระองค์ก็อยู่ในความอุปถัมภ์ของพระอัยยิกา (ย่า) จักรพรรดิ
การก่อตั้งเมืองหลวงสำรองมีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจวตะวันตก (西周) หรือเมื่อ 1,046 ปีก่อนคริสต์ศักราช ขณะนั้น ราชธานีของราชวงศ์โจวตะวันตก คือ นครเฮ่าจิน
ภายหลังจากที่พรรคบัวขาวถูกราชสำนักชิงกวาดล้างครั้งใหญ่ในต้นศตวรรษที่ 19 ซึ่งตรงกับรัชสมัยจักรพรรดิเจียชิ่ง สมาชิกพรรคบัวขาวที่ยังหลงเหลืออยู่ได้หนีกระจัดกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ
ในปี ค.ศ. 1274 เมื่อฮ่องเต้ซ่งตู้จง (宋度宗) สวรรคต ราชสำนักซ่งใต้จึงเหลือรัชทายาทองค์น้อยอยู่ 3 พระองค์ ได้แก่ องค์ชายเจ้าซื่อ (赵昰) พระชนมายุ 7 พรรษา พระโอรสในหยางซูเฟย (杨淑妃) องค์ชายเจ้าเสี่ยน (赵显) พระชนมายุ 4 พรรษา พระโอรสในเฉวียนฮองเฮา (全皇后) และองค์ชายเจ้าปิ่ง (赵昺)
ลักษณะของบทประพันธ์เรื่องยาวสมัยราชวงศ์หมิง แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ คือ นิยายอิงประวัติศาสตร์(讲史小说)นิยายประเภทผีสางเทวดา(神鬼小说)นิยายประเภทสะท้อนสังคม(世情小说)นิยายประเภทคดีความ(公案小说)
หากกล่าวถึงการว่าราชการหลังม่านไม้ไผ่ หลายๆ คนคงนึกถึงซูสีไทเฮาแห่งราชวงศ์ชิง ทว่าแท้จริงแล้วในประวัติศาสตร์จีน เรื่องราวของสตรีที่ก้าวขึ้นมามีบทบาททางการเมืองมีมาตั้งแต่ 2,000 กว่าปีก่อนหน้านี้ โดยสตรีคนแรกที่ขึ้นสำเร็จราชการแทนประมุขอยู่ในสมัยจั้นกั๋ว พระนามว่า ‘เซวียนไทเฮา’ (宣太后)