自知 เข้าใจตน
เรื่องโดย: โชติช่วง นาดอน
*จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อระลึกถึง อ.ทองแถม นาถจำนง (โชติช่วง นาดอน) เนื่องในวาระการจากไปครบรอบ 2 ปี
โดยคัดลอกเนื้อหามาจากนิตยสาร All magazine (ออล แม็กกาซีน)

—–ท่านที่เคยอ่านเรื่อง ‘สามก๊ก’ ตอน ‘เล่าปี่เยือนกระท่อมหญ้าสามคราครั้ง’ คงจำได้ว่า เล่าปี่ต้องเดินทางไปขอพบขงเบ้งถึงสามรอบจึงจะได้พบตัวขงเบ้ง และในการไปเยือนรอบที่สามนั้น ปรากฏว่าขงเบ้งกำลังนอนกลางวัน เล่าปี่ก็รอเงียบๆ อยู่หน้าบ้านจนบ่ายคล้อย ขงเบ้งถึงจะตื่น
—–ตื่นขึ้นบิดขี้เกียจแล้วขงเบ้งก็รำพึงเป็นบทกวีว่า
大梦谁先觉? ‘ฝันยิ่งใหญ่’ ใครฤา ตระหนักก่อน
平生我自知, ชีพจร ชีวิตข้า ข้ากระจ่าง
草堂春睡足, กระท่อมหญ้า วสันต์ หลับสำอาง
窗外日迟迟。 ตะวันนอก หน้าต่าง เคลื่อนคล้อยลง
—–ข้าพเจ้ายอมรับว่า บทกวีชิ้นนี้ตีความได้หลายนัย และแปลให้ตรงความหมายเดิมยากมาก
—–คำว่า ‘ต้าเมิ่ง 大梦’ แปลว่าความฝันอันยิ่งใหญ่ แต่ปัญหาอยู่ที่เราจะตีความว่า ‘ฝัน’ นั้นหมายถึงอะไร ข้าพเจ้าขอตีความว่า‘ฝันอันยิ่งใหญ่’ ของขงเบ้งนั้นหมายถึง ปณิธานการกอบกู้ราชวงศ์ฮั่น ยุติสงครามกลางเมือง ปราบปรามขุนศึกต่างๆ ให้ดินแดนสงบสุข เมื่อกล้า ‘ฝัน’ ก็ต้องมีวิธี หรือมีความสามารถทำได้
—–ในวรรคที่สอง ขงเบ้งบอกว่า ตลอดชีวิตของเขา เขา ‘รู้จักตัวเอง’ หรือ ‘เข้าใจตัวเอง’ ดี ข้าพเจ้าขอตีความว่า เข้าใจตนเองดีว่า เขามีอุดมคติปณิธานอย่างไร ต้องการทำอะไร และรู้ว่าตัวเขามีความรู้ความสามารถเพียงพอที่จะทำด้วย
—–นั่นคือ ขงเบ้งต้องการอุทิศตัวช่วยชาติ จนมีปณิธานในวรรคที่หนึ่ง
—–ถ้าขงเบ้งต้องการเพียงแค่เป็นขุนนางกินเบี้ยหวัด มีความสุขในครอบครัว เขาก็คงเข้าเป็นขุนนางของเล่าเปียวผู้ครองเกงจิ๋ว หรือออกไปสมัครตัวรับใช้ขุนศึกคนอื่นๆ นานแล้ว
—–ขงเบ้งเข้าใจตนเอง และเลือกที่จะทำงานตามที่ตัวปรารถนาเท่านั้น เขาจึงประสบความสำเร็จในชีวิต
—–แม้ว่าจะไม่สามารถรวบรวมแผ่นดินเป็นเอกภาพ ฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่นได้ แต่ก็ฝากผลงานไว้กับแผ่นดินจีน มีชื่อเสียงเป็นอมตะมาจนถึงทุกวันนี้
—–จุดสำคัญที่ให้ทัศนคติสอนเราคือ การเข้าใจตน 自知
—–การเข้าใจตนในทางโลกธรรมก็เป็นอย่างที่ข้าพเจ้ายกตัวอย่างขงเบ้งข้างต้น ส่วนการเข้าใจตนนั้นยังมีระดับลึกเข้าไปอีก คือการเข้าใจตนในทางโลกุตรธรรม หมายถึง เราเข้าใจ รู้เท่าทัน ‘อัตตา’ ของตน พยายามละลด ไม่ยึดมั่นถือมั่นใน ‘อัตตา’