นครหังโจว สวรรค์บนดิน
เรื่องโดย: ทีมงานอาศรมสยาม-จีนวิทยา

(ขอขอบคุณภาพจาก ourchinastory.com)
——นครหังโจว (杭州市) เป็นเมืองเอกของมณฑลเจ้อเจียง (浙江省) ตั้งอยู่บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีเกียง (长江) และทางทิศตะวันตกของอ่าวหังโจว มีความสำคัญเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ การศึกษา การคมนาคมของภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีน รวมถึงเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อในระดับนานาชาติ
——นครหังโจวมีพื้นที่ประมาณ 16,596 ตารางกิโลเมตร แบ่งเป็นพื้นที่เขตเมืองประมาณ 3,068 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 12,700,000 คน (ข้อมูลปี 2025) ในด้านภูมิอากาศ นครหังโจวจัดอยู่ในเขตอิทธิพลของมรสุมใต้เส้นศูนย์สูตร โดยทั่วไปจะมีสภาวะอากาศที่ร้อนชื้น ฝนตกค่อนข้างชุก มีฤดูหนาวและฤดูร้อนค่อนข้างยาวนาน อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี 17.2 องศาเซลเซียส ด้วยที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสม สภาพดินฟ้าอากาศเอื้อต่อการดำเนินชีวิต ทำให้นครหังโจวมีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ตั้งแต่ 4,700 ปีก่อน
——บริเวณที่เป็นนครหังโจวในปัจจุบันเดิมเป็นดินแดนของแคว้นอู๋ (吴国 ในสมัยยุคชุนชิวจ้านกั๋ว–春秋战国) แต่ด้วยการทำสงครามระหว่างแว่นแคว้นต่างๆ ทำให้พื้นที่บริเวณนี้ต้องกลายเป็นของแคว้นเย่ว์ (越国) และแคว้นฉู่ (楚国) ตามลำดับ จนกระทั่งเมื่อ 222 ปีก่อนคริสต์ศักราช ฉินอ๋องอิ๋งเจิ้ง (秦王嬴政 259–210 ปีก่อนค.ศ.) ผู้นำแคว้นฉินในขณะที่ยังไม่ได้ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นจักรพรรดิจิ๋นซี (秦始皇帝) ได้กำหนดให้พื้นที่บริเวณนี้เป็นอำเภอเฉียนถัง (钱塘县) อยู่ในการปกครองแคว้นไคว่จี (会稽郡)
——เมื่อถึงยุคสามก๊ก ประเทศจีนถูกแบ่งออกเป็นสามส่วน ตามอิทธิพลของผู้นำแคว้น พื้นที่อำเภอเฉียนถังนั้นจัดอยู่ในพื้นที่ของง่อก๊ก (吴国 แคว้นอู๋) ซึ่งมีซุนกวน (孙权 ซุนเฉวียน ค.ศ. 182–252) เป็นผู้นำ
——คำว่า ‘หังโจว’ ปรากฏขึ้นครั้งแรกในรัชสมัยของสุยเหวินตี้ (隋文帝 ค.ศ. 541–604) จักรพรรดิพระองค์แรกแห่งราชวงศ์สุย (隋 ค.ศ. 581–619) ผู้รวบรวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่นหลังจากการล่มสลายของราชวงศ์จิ้นตะวันออก (东晋 ค.ศ. 317–420) ได้กำหนดให้อำเภอเฉียนถังและอีก 4 อำเภอใกล้เคียง ยกฐานะขึ้นเป็นเมืองหังโจว หลังจากราชวงศ์สุย กับ ราชวงศ์ถัง (唐 ค.ศ. 618–907) ล่มสลายลง แผ่นดินจีนก็เกิดความวุ่นวาย แบ่งเป็นรัฐต่างๆ เรียกกันว่า ยุคห้าราชวงศ์ (五代 ค.ศ. 907–979) เมืองหังโจวกลายเป็นเมืองหลวงของแคว้นอู๋เย่ว์ (吴越国) มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป เช่น ซีฝู่ (西府) ซีตู (西都)
——เมืองหังโจวเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดในยุคราชวงศ์ซ่ง (宋 ค.ศ. 960–1279) ในสมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ (北宋 ค.ศ. 960–1127) เมืองนี้ถือได้ว่าเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียงตอนใต้ เมื่อถึง ค.ศ. 1127 ในรัชสมัยของจักรพรรดิซ่งเกาจง (宋高宗 ค.ศ. 1107–1187) พระองค์ทรงมีบัญชาให้ย้ายเมืองหลวงจากเมืองไคเฟิง (开封) ที่ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำฮวงโห (黄河) ลงมายังเมืองหังโจวซึ่งในขณะนั้นใช้ชื่อว่าเมืองหลินอัน (临安) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียงเพื่อหลีกหนีการรุกรานของอนารยชนทางตอนเหนือ นำไปสู่การสถาปนาราชวงศ์ซ่งใต้ (南宋 ค.ศ. 1127–1279) ขึ้นและตั้งอยู่ต่อเนื่อง รวม 152 ปี
——เมืองหังโจวจึงได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 ราชธานีโบราณของจีน[1] นอกจากมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานแล้ว หังโจวยังมีสถานที่สำคัญหลายแห่งที่เต็มไปด้วยตำนาน หรือเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมาอย่างมีสีสัน เช่น ทะเลสาบซีหู (西湖) เจดีย์เหลยเฟิง (雷峰塔) หรือบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาตร์ เช่น ยอดขุนพลงักฮุย (岳飞 เย่ว์เฟย ค.ศ. 1103–1142) ขุนนางขายชาติฉินฮุ่ย (秦桧 ค.ศ. 1091–1155) เป็นต้น
[1] ราชธานีโบราณของจีนทั้ง 7 เมือง คือ 1. ลั่วหยาง (洛阳) 2. ซีอาน (西安) 3. ไคเฟิง (开封) 4. นานกิง (南京 หนานจิง) 5. อันหยาง (安阳) 6. หังโจว (杭州) 7. ปักกิ่ง (北京 เป่ยจิง)
——