เขตเช่าเซี่ยงไฮ้
ความทรงจำที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์จีน
เรื่องโดย: ทีมงานอาศรมสยาม-จีนวิทยา
——นับตั้งแต่ ค.ศ. 1843 เริ่มมีกลุ่มทุนชาวอังกฤษทยอยเข้ามาเช่าพื้นที่ในเขตเมืองเซี่ยงไฮ้ เพื่อประกอบธุรกิจห้างร้าน ตามด้วยการออกกฎหมายที่ดินว่าด้วยการจัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่งในเมืองเซี่ยงไฮ้เป็นเขตพิเศษ กำหนดให้เฉพาะชาวต่างชาติเท่านั้นเข้าอาศัยและใช้ประโยชน์ จนถึง ค.ศ. 1943 ญี่ปุ่นในฐานะผู้ปกครองเขตเช่ายกเลิกสัญญาและส่งคืนที่ดินดังกล่าวให้แก่รัฐบาลวังจิงเว่ย (汪精卫 ค.ศ. 1883–1944) ซึ่งเป็นรัฐบาลหุ่นเชิดที่จัดตั้งโดยกองทัพญี่ปุ่น เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในระยะเวลา 1 ศตวรรษ เป็นเหตุให้ประเทศจีนจำต้องบันทึกคำว่า “เขตเช่า” ไว้ เป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์

เขตเช่าเซี่ยงไฮ้ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20
——คำว่าเขตเช่า (租界) ปรากฏครั้งแรกในประเทศจีนราวกลางศตวรรษที่ 19 มีความหมายเป็นที่เข้าใจตรงกันว่า เขตเช่านั้นต้องยึดสนธิสัญญาเป็นหลักฐาน กำหนดอาณาเขตอย่างชัดเจน มีระบบการบริหารปกครองที่สมบูรณ์ทั้งในด้านกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม การดูแลรักษาความปลอดภัย
——เมื่อย้อนเวลากลับไปในอดีตจะพบว่า “เขตเช่าเซี่ยงไฮ้” เป็นผลพวงจากสนธิสัญญานานกิง (南京条约) ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ทำให้ประเทศจีนต้องสูญเสียผลประโยชน์มหาศาล ทั้งในด้านเศรษฐกิจและอธิปไตย ภายหลังจากที่ประเทศจีนพ่ายแพ้สงครามฝิ่นต่ออังกฤษ ราชสำนักชิงต้องลงนามในสนธิสัญญานานกิงอย่างจำยอมในวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 1842 นอกจากจีนต้องชดใช้ค่าปฏิกรรมสงครามและยกเกาะฮ่องกงให้อังกฤษครอบครองแล้ว ตามสนธิสัญญาอีกข้อหนึ่งยังระบุว่า จีนต้องยกเลิกระบบผูกขาดการค้าระหว่างประเทศและเปิดเมืองท่าค้าขายกับอังกฤษรวม 5 เมือง ได้แก่ กว่างโจว เซี่ยงไฮ้ เซี่ยเหมิน ฝูโจว และหนิงโป การเปิดเสรีการค้าในเมืองท่า 5 แห่งนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ประเทศทุนนิยมเข้ามาแผ่อิทธิพลในประเทศจีน

อาคารสภาเทศบาลเขตเช่า (ขอขอบคุณภาพจาก chiculture.org.hk)
——หลังจากการลงนามในสนธิสัญญานานกิงระหว่างจีนกับอังกฤษ ประเทศฝรั่งเศส เยอรมัน สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่นรวมอีกหลายชาติต่างพากันเลียนแบบอังกฤษ ทำสนธิสัญญาในลักษณะคล้ายคลึงกัน ซึ่งเหล่าต่างชาติไม่เพียงกดขี่รังแกประเทศจีน ยังกอบโกยผลประโยชน์มหาศาลจากประเทศจีนทั้งทรัพยากรและแรงงาน ทำให้ประเทศจีนที่ล้าหลังอยู่แล้วยิ่งทวีความอ่อนแอมากขึ้น อีกทั้งยังตั้งฉายาเชิงดูหมิ่นชาวจีนว่า “ขี้โรคแห่งเอเชีย” (东亚病夫) เนื่องจากคนจีนติดฝิ่นเป็นจำนวนมาก
——เขตเช่าเซี่ยงไฮ้นับเป็นเขตเช่าแห่งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศจีนโดยเริ่มจาก ค.ศ. 1843 ที่มีกลุ่มทุนชาวอังกฤษทยอยเข้ามาเช่าพื้นที่ในเขตเมืองเซี่ยงไฮ้เพื่อประกอบธุรกิจการค้า เช่น ห้างเป่าซุ่น (宝顺洋行) ห้างอี๋เหอ (怡和洋行) ฯลฯ จากนั้นอีกราว 2 ปีต่อมา ในวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 1845 พันธมิตรชาติตะวันตกได้ออกบทบัญญัติว่าด้วยพื้นที่เขตเช่า โดยตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า “เขตเช่าสาธารณะ” ปกครองโดยเทศบาล (工部局) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจสูงสุด ทำหน้าที่เสมือนรัฐบาลของเขตเช่า ในระยะแรกมีสมาชิกสภาเทศบาลส่วนใหญ่เป็นชาวอังกฤษ ที่เหลือประกอบด้วยชาวอเมริกาและฝรั่งเศส

ห้างอี๋เหอในช่วงปลายราชวงศ์ชิง
——รูปแบบการปกครองตนเองด้วยการจัดตั้งเทศบาลขึ้นโดยไม่ต้องส่งตัวแทนของรัฐผู้เช่าเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นผู้ปกครองสูงสุด ถือเป็นลักษณะของเขตเช่าเซี่ยงไฮ้ ตอนหลังมีเขตเช่าอีกหลายแห่งเกิดขึ้นในเมืองอื่นๆ ของประเทศจีน ซึ่งส่วนใหญ่ยึดรูปแบบการบริหารเขตเช่าที่เซี่ยงไฮ้เป็นต้นแบบ
——เทศบาลเขตเช่า บริหารงานด้วยสมาชิกสภาเทศบาลที่ประกอบด้วยตัวแทนจากหลายชาติ แต่เสียงส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การครอบงำของกรรมการชาวอังกฤษ เทศบาลเขตเช่านี้ ทำหน้าที่เสมือนรัฐบาลในเขตเช่า มีตำรวจ ศาล เรือนจำในสังกัด ดูแลงานบริหารภารกิจต่างๆ ของเขตเช่า อาทิ การเงินการคลัง การโยธา การจราจร การศึกษา สาธารณสุข รวมทั้งประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมตะวันตกบริเวณภายในเขตเช่า
——เซี่ยงไฮ้มีการขยายพื้นที่หลายครั้ง ในปี ค.ศ. 1899 มีการขยายพื้นที่มากที่สุด มีเนื้อที่ทั้งหมด 22.59 ตร.กม. ภายในเขตเช่าแบ่งเป็น 4 เขตด้วยกัน คือ เขตกลาง เขตเหนือ เขตตะวันออก และเขตตะวันตก สิ่งปลูกสร้างมีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ธนาคาร สำนักพิมพ์ ห้างร้าน ภัตตาคาร สถานบันเทิงและศาสนสถาน ส่วนใหญ่เป็นไปตามรูปแบบตะวันตกซึ่งถือว่า มีวิวัฒนาการล้ำหน้าในสมัยนั้น