เหตุใดชาวจีนจึงเรียกตนเองว่า “ลูกหลานของมังกร”?
หลายคนเข้าใจว่ามังกรเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติจีน จึงเรียกประเทศจีนว่า ‘แผ่นดินมังกร’ หรือแม้แต่ชาวจีนเองก็เรียกตัวเองว่า ‘龙的传人’ ซึ่งหลายคนแปลว่า ‘ลูกหลานของมังกร’
หลายคนเข้าใจว่ามังกรเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติจีน จึงเรียกประเทศจีนว่า ‘แผ่นดินมังกร’ หรือแม้แต่ชาวจีนเองก็เรียกตัวเองว่า ‘龙的传人’ ซึ่งหลายคนแปลว่า ‘ลูกหลานของมังกร’
หากพูดถึงบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์จีนอย่างขงจื่อ (孔子) เหลาจื่อ (老子) เมิ่งจื่อ (孟子) หรือแม้แต่สวินจื่อ (荀子) เชื่อว่าคนไทยหลายต่อหลายคนคงได้ยินผ่านหูมาบ้าง แต่มีบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์จีนอีกท่านหนึ่งที่ยังไม่ค่อยปรากฏสู่สายตาคนไทยและยังไม่ค่อยได้รับการพูดถึงเท่าใดนัก นั่นก็คือ ก่วนจ้ง (管仲) หรือก๋วนจื่อ (管子)
ในสมัยโบราณการที่ผู้หญิงจะมีอิทธิพลเหนือผู้ชายนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ หากแต่มีสตรีผู้หนึ่งซึ่งทรงอิทธิพลเหนือบุรุษผู้หนึ่ง และบุรุษผู้นั้นก็เป็นถึงฮ่องเต้แห่งราชวงศ์หมิง อิทธิพลที่ว่านี้หาใช่อำนาจบารมี หาใช่ทรัพย์สินไม่ แต่เป็นความรักซึ่งฮ่องเต้พระองค์นี้มีให้แก่สตรีผู้นี้ซึ่งนางใดจะแทนที่ได้ นามของเธอคือ ว่านเจินเอ๋อร์
‘เรจินัลด์ เฟลมิง จอห์นสตัน’ (Reginald Fleming Johnston / 莊士敦 ค.ศ. 1874-1938) เป็นพระอาจารย์ชาวตะวันตกของจักรพรรดิปูยี (溥儀 ค.ศ. 1906-1967) หรือจักรพรรดิเซวียนถ่ง (宣統) จักรพรรดิองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ชิง (清 ค.ศ. 1636-1912) และเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายของประเทศจีน จอห์นสตันเป็นชาวสก็อตแลนด์ เกิดเมื่อ ค.ศ. 1874 สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเอดินบะระและมหาวิทยาลัยอ็อกซฟอร์ด
ในประเทศจีนมีการพิสูจน์สาวพรหมจารีด้วยวิธีการอันหลากหลาย ส่วนใหญ่เพื่อถวายตัวสาวพรหมจารีแด่จักรพรรดิ แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ความเชื่อที่เคยฝังหัวก็ค่อยๆ จางลง มีบันทึกว่ามีการพิสูจน์สาวพรหมจารีตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น
เมื่อกล่าวถึงจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ชิง (清朝 ค.ศ. 1636-1912) แน่นอนว่าย่อมต้องมี 3 พระองค์ รวมอยู่ด้วย ได้แก่ จักรพรรดิคังซี (康熙 ค.ศ. 1654-1722) ครองราชสมบัติยาวนานถึง 61 ปี สวรรคตเมื่อพระชนมายุ 69 พรรษา จักรพรรดิยงเจิ้ง (雍正 ค.ศ. 1678-1735) ครองราชสมบัติเพียง 13 ปี สวรรคตเมื่อพระชนมายุ 57 พรรษาเท่านั้น และจักรพรรดิเฉียนหลง (乾隆 ค.ศ. 1711-1799)
จักรพรรดิคังซี (康熙 ค.ศ1654-1722) เป็นจักรพรรดิองค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์ชิง (清 ค.ศ 1636 – ค.ศ 1912) เป็นโอรสของจักรพรรดิซุ่นจื้อ (順治 ค.ศ 1638-1661) ขึ้นครองราชย์เมื่อมีพระชนมายุเพียง 8 พรรษา หลังจากพระราชบิดาสวรรคตแล้ว พระองค์ก็อยู่ในความอุปถัมภ์ของพระอัยยิกา (ย่า) จักรพรรดิ
‘หยก’ เป็นรัตนชาติที่อยู่คู่วัฒนธรรมจีนมาอย่างยาวนาน นับแต่โบราณมาชาวจีนก็มีความเชื่อความศรัทธาในหยกและยกย่องให้หยกเป็นสัญลักษณ์แห่งความสิริมงคลเจริญรุ่งเรือง ซึ่งจะนำความโชคดีมาสู่ผู้ครอบครอง
การก่อตั้งเมืองหลวงสำรองมีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจวตะวันตก (西周) หรือเมื่อ 1,046 ปีก่อนคริสต์ศักราช ขณะนั้น ราชธานีของราชวงศ์โจวตะวันตก คือ นครเฮ่าจิน
เมื่อหนทางที่ห่างไกลทำให้คนสองคนไม่อาจพบหน้ากันได้ ของแทนใจจึงเป็นเหมือนสายใยแห่งความรักความคิดถึงที่เชื่อมสองใจไว้ด้วยกัน ยามต้องไกลห่างจากบุรุษอันเป็นที่รัก สตรีในยุคโบราณจะมอบของรักของหวงหรือของที่ติดตัวเป็นประจำให้ฝ่ายชายดูต่างหน้ายามคิดถึง