เรื่องโดย: พลพัธน์ ภูรีสถิตย์


นาฬิกาคนเขียนหนังสือ (ภาพจาก china.org.cn)

——ในรัชสมัยแห่งความรุ่งเรืองของราชวงศ์ชิง (清 ค.ศ. 1644–1911) กล่าวคือสามรัชกาล ได้แก่ จักรพรรดิคังซี (康熙 ค.ศ. 1654–1722) จักรพรรดิยงเจิ้ง (雍正 ค.ศ. 1678–1735) และจักรพรรดิเฉียนหลง (乾隆 ค.ศ. 1711–1799) มีหลากหลายสิ่งที่เฟื่องฟูอย่างยิ่ง บทความนี้จะขอกล่าวถึงยุคสมัยที่เป็นยุคทองของเครื่องมือบอกเวลาอย่าง “นาฬิกา” ประดิษฐกรรมที่จักรพรรดิทรงโปรดเป็นพิเศษ โดยเฉพาะนาฬิกาที่มีชื่อเสียงอย่าง “นาฬิกาคนเขียนหนังสือ” (銅鍍金寫字人鐘) ปัจจุบันเป็นโบราณวัตถุที่จัดแสดงอยู่ภายใน “หอนาฬิกา” (鐘表館) พิพิธภัณฑ์พระราชวังต้องห้าม (故宮博物院) กรุงปักกิ่ง

 

🔴 ประดิษฐกรรมจากต่างแดน

——แม้จีนจะมีการสร้างประดิษฐกรรมบอกเวลาหลายชนิดมาตั้งแต่ยุคโบราณ แต่นาฬิกาฝรั่งก็เป็นที่นิยมในแผ่นดินจีนไม่ใช่น้อย นาฬิกาแบบตะวันตกเข้าสู่จีนพร้อมกับการเข้ามาของมิชชันนารีนิกายเยซูอิต (Jesuits) ที่ได้รับการว่าจ้างมาทำงานในราชสำนัก ช่วงรัชสมัยของจักรพรรดิว่านลี่ (萬曆 ค.ศ. 1563–1620) แห่งราชวงศ์หมิง (明 ค.ศ. 1368–1644) มัตเตโอ ริชชี (Matteo Ricci ค.ศ. 1552–1610) มิชชันนารีชาวอิตาลีได้นำนาฬิกากลไกแบบตะวันตกมาทูลเกล้าฯ ถวายให้ทอดพระเนตร จักรพรรดิว่านลี่ทรงโปรดนาฬิกาที่ริชชีนำมามาก บันทึกของมัตเตโอ ริชชี จึงเป็นหลักฐานเก่าแก่ที่สุดที่กล่าวถึงนาฬิกาฝรั่งในราชสำนักจีน

——นอกจากหลักฐานข้างต้น บันทึกของอัลวาโร เซเมโด (Álvaro Semedo ค.ศ. 1585–1658) มิชชันนารีชาวโปรตุเกสในนานกิง (南京) ช่วงปลายราชวงศ์หมิงยังบันทึกไว้ว่า “ช่างจีนมีฝีมือประดิษฐ์นาฬิกาได้งามไม่แพ้ช่างนาฬิกาตะวันตก” แสดงให้เห็นว่านอกจากการเข้าสู่ราชสำนัก นาฬิกาฝรั่งยังแพร่หลายมาสู่สามัญชนตามเมืองท่าต่างๆ ที่มีการติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตกด้วย

นาฬิกาลูกผสมศิลปะจีน–ตะวันตก ยอดน้ำเต้ามงคล สมัยรัชกาลเฉียนหลง (ภาพจาก collection.sina.com.cn)

 

🔴 นวัตกรรมใหม่ในราชสำนักชิง

——ต่อมาเมื่อเข้าสู่รัชกาลจักรพรรดิคังซีแห่งราชวงศ์ชิง ความนิยมนาฬิกาแบบตะวันตกก็เริ่มเฟื่องฟู จากการที่พระองค์สนพระราชหฤทัยในวิทยาการของโลกตะวันตกจึงโปรดเกล้าฯ ให้ว่าจ้างมิชชันนารีโรมันคาทอลิกชาวตะวันตกที่มีความรู้ในวิทยาการแขนงต่างๆ จำนวนมากเข้ามาทำงานในราชสำนัก

——หนึ่งในประดิษฐกรรมที่จักรพรรดิคังซีทรงสะสมไว้มากเป็นพิเศษคือ “นาฬิกา” ตามบันทึกของวาเลนติน ชาเลียร์ (Valentin Chalier ค.ศ. 1697–1747) หรือ “ซาหรูอี้ว์” (沙如玉) มิชชันนารีเยซูอิตชาวฝรั่งเศสที่เชี่ยวชาญด้านการประดิษฐ์เครื่องมือบอกเวลาและผู้ออกแบบเครื่องกลอัตโนมัติต่างๆ ในราชสำนักขณะนั้น ได้ประเมินไว้ว่า จักรพรรดิคังซีทรงสะสมนาฬิกาและระฆังชุดแบบ Carillon รวมทั้งเครื่องกลต่างๆ ไว้ในพระราชวังต้องห้ามหลายพันชิ้น ซึ่งล้วนเป็นของนำเข้าคุณภาพดีจากยุโรป แต่ตามความคิดเห็นของชาเลียร์เห็นว่า ของเหล่านี้มีความจำเป็นจะต้อง “ซ่อมแซม” และ “ทำความสะอาด” โดยด่วน

——ในขณะที่บันทึกความทรงจำของมัตเตโอ ริปา (Matteo Ripa ค.ศ. 1682–1746) มิชชันนารีชาวอิตาลีที่รับราชการในราชสำนักชิงถึง 30 ปี กล่าวถึงการเดินทางออกจากจีนของเคานต์อิสมาอิลอฟ (Count Ismailof) ราชทูตที่พระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราช (Peter I ค.ศ. 1672–1725) แห่งรัสเซียส่งมาเข้าเฝ้าจักรพรรดิคังซี เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ค.ศ. 1721 จักรพรรดิคังซีได้พระราชทานของขวัญฝากราชทูตนำกลับไปทูลเกล้าฯ ถวายพระเจ้าแผ่นดินรัสเซียจำนวนมหาศาลเพื่อแสดงความมั่งมีของราชสำนักชิงให้เป็นที่ประจักษ์ ในของขวัญเหล่านี้ มีนาฬิกายุโรปงามๆ ที่ทำให้ราชทูตรัสเซียตกใจอยู่หลายชิ้น ในบันทึกของริปากล่าวว่า ทีแรกเคานต์อิสมาอิลอฟเข้าใจว่านาฬิกาเหล่านี้คงเป็นของปลอม แต่ครั้นพิจารณาดูดีๆ เห็นว่าทั้งหมดล้วนเป็นของจริงที่ทำอย่างวิจิตรบรรจง

จักรพรรดิคังซี

——นอกจากการสะสมนาฬิกาและเครื่องกลแบบตะวันตก จอห์น เบล (John Bell ค.ศ. 1691–1780) ผู้ติดตามในคณะทูตรัสเซียชุดนั้น ยังกล่าวไว้ในบันทึกส่วนตัวว่า “จักรพรรดิคังซีโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการช่างนาฬิกาขึ้นในพระราชวังต้องห้ามโดยเฉพาะ” ใช้ชื่อว่า “หน่วยงานนาฬิกา” (自鳴鐘處) สังกัดสำนักช่างหลวง (造辦處) โดยทรงรวบรวมช่างฝีมือชั้นเอกทั่วแผ่นดินจีนมาเรียนรู้เทคนิคการสร้างนาฬิกาแบบตะวันตกกับมิชชันนารีที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการสร้างนาฬิกาโดยเฉพาะ พื้นที่ปฏิบัติการของหน่วยงานนี้ตั้งอยู่ในเขตตะวันตกของพระราชวังต้องห้าม เป็นผลให้มีการสร้างนาฬิกาที่มีลักษณะผสมผสานระหว่างศิลปะตะวันออกกับตะวันตกขึ้นเป็นจำนวนมาก สะท้อนถึงพระราชวิสัยทัศน์ของจักรพรรดิคังซีในการผลักดันการศึกษาและวิทยาการผ่านองค์ความรู้ตะวันตก

 

🔴 จากเทคโนโลยีตะวันตกสู่ของใช้ประจำพระองค์

——หลักฐานตะวันตกบันทึกไว้ว่า จักรพรรดิคังซีมีพระราชประสงค์ให้จักรพรรดิพระองค์ต่อๆ ไป และพระบรมวงศานุวงศ์สืบทอดความสนใจทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พระราชประสงค์นี้เป็นจริง เมื่อทั้งพระราชโอรสอย่างจักรพรรดิยงเจิ้ง และพระราชนัดดาอย่างจักรพรรดิเฉียนหลง ต่างก็ให้ความสนพระราชหฤทัยเรื่องการสร้างนาฬิกาที่สืบทอดมา ทำให้กิจการการสร้างนาฬิกาในราชสำนักชิงเข้าสู่ยุคเฟื่องฟูสูงสุด

——ในรัชสมัยของจักรพรรดิยงเจิ้ง นาฬิกาได้รับความนิยมในราชสำนักชิงมากขึ้น จากที่เคยเป็นเทคโนโลยีแปลกใหม่ในรัชสมัยคังซี ก็กลายเป็นเครื่องบอกเวลาที่ใช้จริงจังอย่างแพร่หลาย จักรพรรดิยงเจิ้งทรงขึ้นชื่อเรื่องความวิริยะอุตสาหะในการทรงงาน ดังนั้นเครื่องบอกเวลาเหล่านี้จึงถูกติดตั้งตามที่ประทับสำคัญ เช่น พระที่นั่งหยั่งซิน (養心殿) อุทยานชั่งชุนหยวน (暢春園) และมากที่สุดในพระราชอุทยานหยวนหมิงหยวน (圓明園) แม้ขณะเสด็จประพาสก็มักพกนาฬิกาขนาดเล็ก อีกทั้งทรงให้ติดตั้งนาฬิกาไว้ในพระราชยาน รวมถึงโปรดให้ขันทีหน่วยงานนาฬิกาตามเสด็จเพื่อคอยปรนนิบัติอย่างใกล้ชิดด้วย

——นอกจากนี้ ยังโปรดให้วาเลนติน ชาเลียร์ มิชชันนารีผู้เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญในการรังสรรค์นาฬิกาต่างๆ ประดิษฐ์ “นาฬิกาแจ้งเวลาอัตโนมัติ” (報更自鳴鐘) ที่สามารถตีบอกยามกลางคืน ไม่เพียงสอดคล้องกับธรรมเนียมการตีบอกยามภายในพระราชวัง ทั้งยังเอื้อต่อการทรงงานของพระองค์อีกด้วย

——ในรัชกาลยงเจิ้ง การผลิตและซ่อมบำรุงนาฬิกากลไกภายในราชสำนักเริ่มมีระบบและขนาดงานที่ชัดเจน โดยมีกลุ่มมิชชันนารีเป็นแกนหลักในการถ่ายทอดวิทยาการอันเป็นรากฐานทางเทคโนโลยีและทรัพยากรที่สำคัญ ซึ่งนำไปสู่ความรุ่งเรืองสูงสุดของการผลิตและสะสมนาฬิกาในเวลาต่อมา

จักรพรรดิยงเจิ้ง

 

🔴 ศิลปะล้ำค่าที่ควรค่าแก่การสะสม

จักรพรรดิเฉียนหลง

——ในรัชกาลจักรพรรดิเฉียนหลง มีการรวบรวมช่างนาฬิกาทั้งชาวจีนและชาวตะวันตกจากกว่างโจว (廣州) ซึ่งมีชื่อเสียงว่าเป็นเมืองที่ทำนาฬิกาได้งดงามมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง พร้อมกันนั้น ราชสำนักยังระดมสั่งอะไหล่และนาฬิกาเข้ามาจากยุโรปอีกเป็นจำนวนมากตลอดรัชกาล เรื่อยมาจนถึงต้นรัชกาลจักรพรรดิเจียชิ่ง (嘉慶 ค.ศ. 1760–1820) โดยแหล่งนำเข้านาฬิกากับอะไหล่นาฬิกาที่สำคัญและใหญ่ที่สุดของราชวงศ์ชิงในรัชกาลนี้ ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส และสวิตเซอร์แลนด์ การดำเนินการนำเข้าอยู่ภายใต้การจัดการของพ่อค้าสิบสามห้างแห่งกว่างโจว ในขณะที่มิชชันนารียังคงมีบทบาทในฐานะช่างนาฬิกาที่สำคัญของราชสำนักจีนอย่างต่อเนื่อง

——นาฬิกาที่ผลิตในราชสำนักจีนใช้วัสดุหลากหลาย ทั้งอัญมณีและของมีค่าอย่างทองคำ งาช้าง หยก งานเคลือบแล็กเกอร์ ฯลฯ มีทั้งนาฬิกาจักรกลและนาฬิกาที่มีลูกเล่นอัตโนมัติ คณะช่างนาฬิกาก็มีสมาชิกหลากหลาย นอกจากมิชชันนารีนิกายเยซูอิตที่เป็นผู้กำกับดูแล ตลอดจนช่างทั้งชาวจีนและชาวตะวันตก ราชสำนักยังคัดเลือกขันทีมาฝึกฝนให้เรียนรู้ศิลปะและวิธีการสร้างนาฬิกา

ตุ๊กตาชายเขียนหนังสือที่ประดับในนาฬิกา (ภาพจาก https://intl.dpm.org.cn/)

——นาฬิกาที่มีชื่อเสียงที่สุดในบรรดานาฬิกาสะสมในราชสำนักชิงคือนาฬิกาที่มีชื่อว่า “นาฬิกาคนเขียนหนังสือ” นาฬิกาเรือนนี้เป็นนาฬิกาทรงหอคอยแบบตะวันตกสูงสี่ชั้น ความสูง 2.31 เมตร ชั้นบนสุดเป็นหอระฆัง ชั้นสองเป็นตุ๊กตาคนตีกลองแต่งกายอย่างจีน ชั้นสามเป็นหน้าปัดบอกเวลา และชั้นล่างสุดมีตุ๊กตาแต่งตัวอย่างชายตะวันตกในคริสต์ศตวรรษที่ 18 นั่งอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือ เมื่อถึงเวลาที่เข็มสั้นชี้บอกชั่วโมงที่ 3, 6, 9 และ 12 นาฬิกา ระฆังชั้นบนจะดังขึ้น ก่อนที่ตุ๊กตาคนตีกลองจะลั่นกลอง และตุ๊กตาชายเขียนหนังสือจะเริ่มลงมือใช้พู่กันที่บรรจุหมึกไว้ภายในเขียนตัวอักษรแปดตัวลงบนกระดาษเป็นคำว่า 八方向化,九土來王” (ทั่วแดนน้อมรับอารยธรรม ทั่วหล้าต่างมาสวามิภักดิ์) อันมีนัยในการสรรเสริญพระบารมีของจักรพรรดิและความยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิจีน นาฬิกาเรือนนี้เป็นผลงานการออกแบบและจัดสร้างโดยช่างนาฬิกาตระกูลฌาเกต์–โดรซ์ (Jacquet–Droz Family) แห่งสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนจะนำมาทูลเกล้าฯ ถวายจักรพรรดิเฉียนหลง ความมหัศจรรย์ในกลไกของนาฬิกาเรือนนี้เป็นเหตุให้จักรพรรดิเฉียนหลงทรงโปรดนาฬิกาใหญ่เรือนนี้มาก และเป็นต้นแห่งความเจริญของตระกูลฌาเกต์–โดรซ์ เพราะราชสำนักชิงได้กลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ของตระกูลนี้ต่อไปอีกหลายทศวรรษ

——หลังสิ้นสุดรัชกาลจักรพรรดิเฉียนหลง ราชสำนักเข้าสู่ภาวะฝืดเคือง กิจการการผลิตนาฬิกาในราชสำนักจึงค่อยๆลดบทบาทลงตามงบประมาณที่จำกัด ทว่าการสั่งนาฬิกาต่างประเทศเข้ามายังคงมีอยู่เรื่อยมาจนสิ้นสุดราชวงศ์ชิง

 

🔴 หอนาฬิกาแห่งพระราชวังต้องห้าม

——ในทศวรรษที่ 1950 มีการนำนาฬิกาโบราณบางส่วนมาจัดแสดงในพระราชวังต้องห้ามเป็นคราวแรกสุดในห้องจัดแสดงนิทรรศการ ต่อมาในค.ศ. 1984 จึงเริ่มทำการจัดแสดงนาฬิกาโบราณอย่างเป็นทางการที่พระที่นั่งเฟิ่งเซียนเตี้ยน (奉先殿) หรือหอสักการะพระบรมราชบุพการี ในพระราชวังต้องห้าม ใช้ชื่อห้องจัดแสดงว่า “หอนาฬิกา” (鐘錶館) และมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ในค.ศ. 2004 เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานของพิพิธภัณฑ์นาฬิกานานาชาติ เริ่มมีการทำสื่อมัลติมีเดียเพื่อนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุจัดแสดงเหล่านี้

——เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 2019 หอนาฬิกาได้เปิดรูปโฉมใหม่หลังการปรับปรุงพื้นที่ เพื่อจัดแสดงนาฬิกาในสมัยราชวงศ์ชิงราว 80 กว่าเรือน ที่สะท้อนถึงนวัตกรรมและสุนทรียศาสตร์อันงดงามจากอดีตกาล ครอบคลุมทั้งผลงานชิ้นเอกที่เลื่องชื่อและผลงานหาชมยากที่เพิ่งเปิดตัวสู่สาธารณะเป็นครั้งแรก มีทั้งชิ้นงานที่ผลิตในจีนและนำเข้าจากตะวันตก ซึ่งยังคงสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้เข้าชมมาจนถึงปัจจุบัน

 

ศูนย์จัดแสดงนาฬิกาโบราณ ในพิพิธภัณฑ์พระราชต้องห้ามกรุงปักกิ่ง (ภาพจาก https://intl.dpm.org.cn/)