คำจีนใช้สนุก (趣用汉词语)


——เคยพบไหม คนประเภทที่ชอบจับผิดและคอยขัดคอผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา นักจิตวิทยาวิเคราะห์ว่าพฤติกรรมแบบนี้มีสาเหตุมาจาก ความนับถือตนเองต่ำ เนื่องจากไม่มั่นใจในตนเอง จึงพยายามโจมตีหรือกดทับผู้อื่นเพื่อให้ตนรู้สึกเหนือกว่า หรือในบางกรณีอาจเกิดจากการไม่ยอมรับข้อบกพร่องของตน เมื่อเห็นข้อบกพร่องเดียวกันในตัวผู้อื่นจึงเกิดความรู้สึกต่อต้าน นอกจากนี้ ยังอาจเป็นผู้ที่ต้องการการยอมรับจากสังคมมากกว่าคนทั่วไป จึงใช้การโต้แย้งหรือจับผิดเป็นวิธีดึงความสนใจและยืนยันคุณค่าของตนเอง

——ลักษณะดังกล่าวชวนให้นึกถึงคำว่า 杠精 gàng jīng ซึ่งเป็นคำสแลงภาษาจีนที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์ตั้งแต่ปี 2018 มักใช้เรียกบุคคลหรือกลุ่มคนที่มีนิสัยชอบขัดแย้ง หาเรื่องจุกจิกมาถกเถียง โดยไม่สนใจเหตุผลหรือข้อเท็จจริง ขอเพียงได้แย้งหรือจับผิดให้เกิดความขัดแย้งก็พอ แปลเป็นภาษาไทยได้หลายคำขึ้นอยู่กับบริบท เช่น “นักขัดคอ”, “ลูกอีช่างขัด”, “ลูกอีช่างเถียง” , “คนชอบจับผิด” , “คนช่างติ” หรือ “ลูกอีช่างขัดขวาง” เป็นต้น

 

——คำสแลง 杠精 gàng jīng ประกอบด้วย 杠 gàng และ 精 jīng ซึ่งแต่ละคำต่างก็มีที่มาและความหมายน่าสนใจ

——คำว่า 精 jīng มีที่มาจากการคัดเลือกข้าวสารที่ขาวและดี เดิมหมายถึงข้าวที่บริสุทธิ์ ในที่นี้มีความหมายโดยนัยว่า “แก่นแท้ที่สกัดออกมา” และ “ส่วนที่เป็นที่สุดของสสาร” มักใช้ชื่นชมงานช่าง งานศิลปะ หรืองานที่จำต้องใส่ใจในรายละเอียด

——ทว่า เมื่อนำคำว่า 精 jīng มาใช้กับมนุษย์ จะแสดงความหมายในเชิงลบ หากใครแสดงพฤติกรรมฉลาดแกมโกง เจ้าเล่ห์ เจนโลก และเอาตัวรอดเก่ง อาจได้ฉายาว่า人精 rén jīng โดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคำสแลงที่มักใช้ในการซุบซิบนินทาลับหลัง แปลความหมายตรงตัวว่า “ปีศาจมนุษย์” หรือ “เซียนมนุษย์” มักเรียกแทนชื่อจริงเพื่อสื่อถึงลักษณะเด่น หรืออุปนิสัยของพวกคนเจนโลก ทั้งยังมีความหมายเชิงเตือนว่า ควรระมัดระวังในการคบหาคนประเภท 人精 มิฉะนั้นอาจตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบได้

——นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายคำที่ลงท้ายด้วย 精 jīng และล้วนสื่อความหมายในเชิงลบ เช่น

  • 妖精 yāo jīng แปลว่า ภูตผี ปีศาจ มักใช้เป็นคำอุปมาอุปไมยเปรียบถึงผู้หญิงที่มีเสน่ห์เย้ายวน แต่มีนิสัยร้ายกาจ
  • 戏精 xì jīng แปลว่า ดราม่าควีน ใช้เรียกคนที่ชอบเล่นใหญ่หรือแสดงออกเกินจริง เพื่อเรียกร้องความสนใจ
  • 害人精 hài rén jīng แปลว่า ปีศาจที่ทำร้ายคน ใช้เรียกคนเลวหรือตัวปัญหาที่นำ
    ความเดือดร้อนมาสู่ผู้อื่น
  • 学人精 xué rén jīng คนชอบลอกเลียนแบบคนอื่นโดยเจตนา ทั้งการแต่งกาย ท่าทาง น้ำเสียง งานอดิเรก หรือแม้กระทั่งวิถีชีวิต

 

——และแน่นอนว่า 杠精 gàng jīng ก็มีลักษณะเชิงลบคล้ายคลึงกัน โดยใช้เรียกคนที่ชอบโต้เถียง หาเรื่องขัดแย้ง หรือจับผิดผู้อื่นเป็นนิสัย ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น สื่อความหมายในเชิงประชดประชันว่า “สุดยอดนักขัดคอ” หรือ “ปีศาจนักจับผิด”

——สำหรับคำว่า 杠 gàng เมื่อใช้เป็นคำนามจะหมายถึง ไม้พลอง, ไม้คาน เมื่อใช้เป็นคำกริยา คำว่า 杠 gàng จะหมายถึง พูดโต้, พูดแย้ง, โต้แย้งหรือโต้เถียงกันอย่างไร้สาระ ซึ่งความหมายในส่วนนี้ถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของสแลง 杠精 gàng jīng ลองดูกรณีตัวอย่างการใช้คำว่า 杠 gàng ดังนี้

——(พนักงานกำลังซุบซิบนินทาเรื่องที่ผู้จัดการสองคนขัดแย้งและทะเลาะกัน)
——销售经理和生产经理上了。
——Xiāo shòu jīng lǐ hé shēng chǎn jīng lǐ gàng shàng le.
——ผู้จัดการฝ่ายขายและผู้จัดการฝ่ายผลิตปะทะคารมกันแล้ว (โต้เถียง)

 

——(ครูจนปัญญากับนักเรียนที่ชอบเอาเรื่องหยุมหยิมมาเถียงกับครู จึงจงใจพูดแดกดันเพื่อให้มุ่งความสนใจไปที่การเรียนของเขา)
——别跟老师,有本事你考满分吧。
——Bié gēn lǎo shī gàng, yǒu běn shì nǐ kǎo mǎn fēn ba.
——อย่าเถียงครู เก่งจริงเธอก็สอบให้ได้คะแนนเต็มสิ (โต้แย้ง)

 

——ในบริบทข้างต้น คำว่า 杠 gàng แปลความหมายได้ว่า “โต้เถียง” หรือ “โต้แย้ง” หมายถึง แสดงความเห็นแย้งกัน ทว่าคำแปลดังกล่าวยังไม่อาจถ่ายทอดความหมายแฝงของคำว่า 杠 อีกหลายประเด็น ดังนี้

  • สิ่งที่นำมาโต้แย้งนั้น “ไม่มีสาระสำคัญ”
  • ลักษณะนิสัยของผู้โต้แย้งเป็น “คนช่างติ”

——อารมณ์ของผู้พูดที่ต้องการแสดงความรู้สึกน่าเบื่อหน่าย น่ารำคาญ

 

杠 gàng ในที่นี้มาจากสำนวนภาษาปาก คำว่า 抬杠 tái gàng

 

———————————–tái                         gàng

สำนวน—————————抬                            杠

แปลทีละคำศัพท์————-ยก / แบก        ไม้พลอง / ไม้คาน

แปลรวมศัพท์—————-ยกไม้พลอง / แบกไม้หาบ

แปลเอาความ—————-จับผิดเพื่อโต้คารมกัน / (หาเรื่อง) ขัดแย้ง / ชอบขัด / ขอให้ได้ขัด / ขวางโลก

คำอธิบายเพิ่มเติม : สำนวนนี้มักใช้ในบริบทเชิงลบ กล่าวถึงลักษณะนิสัยของคนที่ชอบแสดงความเห็นคัดค้านโดยไม่คำนึงถึงเหตุผลหรือความถูกต้อง ขอแค่ได้พูดแย้งกับอีกฝ่ายเพื่อเอาชนะก็เพียงพอ แม้ว่าบางทีเจ้าตัวอาจจะทำโดยไม่รู้ตัว แต่ในสายตาคนรอบข้างก็อาจถูกมองว่าเป็นคนจ้องจับผิดคนอื่น หรือชอบหาเรื่องแย้งคนอื่นแบบไม่มีสาระ พฤติกรรม抬杠 ในที่นี้อุปมาว่า การขัดคอ หรือ การเถียงเอาชนะ

รูปแบบการใช้ที่พบเห็นได้บ่อย

  1. 抬杠子 tái gàng zi         จับผิดเพื่อโต้คารมกัน
  2. 跟…抬杠 gēn…tái gàng     ขัดแย้งกับ…
  3. 爱抬杠 ài tái gàng         ชอบหาเรื่องขัดแย้งกับผู้อื่น / มีนิสัยขวางโลก

 

 ตัวอย่าง

  1. 我只想好好交流,不想抬杠子!
    Wǒ zhǐ xiǎng hǎo hǎo jiāo liú, bù xiǎng gēntái gàng zi!
    ฉันแค่อยากจะสื่อสารกันดีๆ ไม่คิดจะจับผิดเพื่อโต้คารมกับคุณ!
  2. 谈别人的事,咱们自己别抬杠好不好?
    Tán bié rén de shì, zán men zì jǐ bié tái gàng hǎo bù hǎo?
    คุยเรื่องของคนอื่น พวกเราอย่าขัดแย้งกันเองดีไหม?
  3. 邻居夫妇俩都爱抬杠,所以才天天吵架。
    Lín jū fū fù liǎ dōu ài tái gàng, suǒ yǐ cái tiān tiān chǎo jià.
    สามีภรรยาข้างบ้านทั้งคู่ล้วนมีนิสัยขวางโลก ดังนั้นจึงทะเลาะกันทุกวี่ทุกวัน
  4. 黎兵和每个人都抬杠,他不是只针对你一个人。
    Lí bīng hé měi gè rén dōu tái gàng, tā bú shì zhǐ zhēn duì nǐ yí gè rén.
    หลีปิงหาเรื่องขัดแย้งกับทุกคน ไม่ใช่แค่เจาะจงกับเธอคนเดียว

 

 

——สำนวน抬杠มีที่มาจากประเพณีพื้นบ้านทางภาคเหนือของจีน ทุกปีในวันเทศกาลหยวนเซียว หรือ เทศกาลโคมไฟ ซึ่งตรงกับขึ้น 15 ค่ำ เดือน 1 ตามปฏิทินการเกษตร แต่ละท้องถิ่นจะจัดงานมหรสพเพื่อเฉลิมฉลอง นอกจากแสดงโคมไฟ เชิดสิงโต เชิดมังกร และการจุดพลุอย่างคึกคักแล้ว อีกหนึ่งกิจกรรมที่สร้างความครึกครื้นและเรียกเสียงหัวเราะก็คือ การจัดขบวนแห่ไถกั้ง (抬杠tái gàng) โดยมีชายฉกรรจ์ 4 คนแบกเสลี่ยง ด้านบนมีตัวตลกที่แต่งชุดขุนนาง ชื่อว่า โฉ่วกวน (丑官แปลว่า ขุนนางตัวตลก หรือขุนนางอัปลักษณ์) นั่งอยู่พร้อมแสดงลีลาตลกให้ดู

——กล่าวคือ จะมีการหามเสลี่ยงพาตัวตลกแห่ไปรอบงาน ระหว่างนั้นตัวตลกก็หาเรื่องล้อเลียนหรือโต้วาทีกับผู้ชมตลอดทางเพื่อความบันเทิงสนุกสนาน กิจกรรมนี้มีจุดเด่นที่นักแสดงโฉ่วกวนต้องมีไหวพริบปฏิภาณควบคู่กับศิลปะในการพูด สามารถโต้คารมอย่าง
ทันคนทันเหตุการณ์และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากไม่มีบทการแสดงที่เป็นแบบแผน ไม่เพียงต้องตอบคำถามจากผู้ชมแบบด้นสด แต่ยังต้องพูดให้ตลกขบขัน พร้อมแสดงท่าทางประกอบเพื่อเรียกเสียงหัวเราะอีกด้วย

——ต่อมา รูปแบบการโต้คารมด้วยวาจาที่สนุกสนานนี้ พัฒนาเป็นสำนวนที่รู้จักกันทั่วไป คือคำว่า 抬杠 โดยถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน สื่อความหมายไปในทางโต้เถียงแบบไร้สาระ หรือชวนทะเลาะเบาะแว้ง เพื่อสร้างความขัดแย้งมากกว่าพูดคุยกันด้วยเหตุผล

——ในทุกวันนี้ คำว่า 抬杠 ใช้เรียกกิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลหยวนเซียวน้อยลง พร้อมกับรูปแบบการฉลองเทศกาลที่เปลี่ยนแปลงไป และไม่ได้หมายถึงการแสดงของนักแสดงตลก หากแต่หันมาใช้กับพฤติกรรมชอบปะทะคารมของพวกฝีปากกล้า หรือคนจำพวกหยุมหยิม จุกจิก ชอบหาเรื่องขัดแย้งกันมากขึ้น ซึ่งเป็นที่มาของคำสแลง杠精 (gàng jīng) อีกด้วย