เล่าเรื่อง “เทศกาลกินเจ”
เทศกาลกินเจคืออะไร? เหตุใดจึงนิยมในประเทศไทย? แล้วประเทศจีนมีการกินเจหรือไม่? เชื่อว่าคำถามเหล่านี้คงจะปรากฏขึ้นในความคิดของผู้อ่านหลายท่านเมื่อถึงเทศกาลกินเจประจำทุกปี วันนี้อาศรมสยามฯ จะมาไขข้อสงสัยเหล่านี้ให้แก่ทุกท่านเอง
เทศกาลกินเจคืออะไร? เหตุใดจึงนิยมในประเทศไทย? แล้วประเทศจีนมีการกินเจหรือไม่? เชื่อว่าคำถามเหล่านี้คงจะปรากฏขึ้นในความคิดของผู้อ่านหลายท่านเมื่อถึงเทศกาลกินเจประจำทุกปี วันนี้อาศรมสยามฯ จะมาไขข้อสงสัยเหล่านี้ให้แก่ทุกท่านเอง
เจิ้งเหอ (郑和 ค.ศ. 1371 - 1433) เป็นนักเดินเรือคนสำคัญในสมัยราชวงศ์หมิง (明 ค.ศ. 1368 – 1644) เล่าขานกันว่าชื่อเดิมของเขาคือ หม่าเหอ (马和) และมีชื่อเล่นว่า ซานเป่า (三保) ส่วนแซ่เจิ้ง (郑) เป็นแซ่ที่จักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ (明成祖 ค.ศ. 1360 - 1424) พระราชทานให้ในภายหลัง ชาวไทยส่วนมากรู้จักเจิ้งเหอกันในนาม ซำปอกง (三宝公)
หากกล่าวถึงการว่าราชการหลังม่านในช่วงปลายราชวงศ์ชิง ผู้อ่านทั่วไปมักนึกถึงพระนางซูสีไทเฮา ทว่ายังมีขัตติยนารีอีกหนึ่งพระองค์ที่ว่าราชการเคียงบ่าเคียงไหล่พระนางซูสีไทเฮาเป็นระยะเวลาสองทศวรรษ นั่นคือสมเด็จพระพันปีหลวงฉืออัน หรือพระนางซูอันไทเฮา ฮองเฮาในจักรพรรดิเสียนเฟิงแม้เรื่องราวชีวิตของพระนางจะมิได้เป็นที่กล่าวขานของชนรุ่นหลังเฉกเช่นพระนางซูสีก็ตาม
ภูเขาหนิวโส่วซาน (牛首山) ตั้งอยู่ในเขตเจียงหนิง เป็นจุดชมวิวในเขตชานเมืองทางตอนใต้ของเมืองหนานจิง มีความสูง 248 เมตร เป็นพุทธสถานชื่อดังของประเทศจีน เรืองนามด้วยภูมิหลังทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง เป็นภูเขาที่แฝงด้วยกลิ่นอายโบราณอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองหนานจิง
ศาลขงจื่อแห่งนครหนานจิง มีชื่อภาษาจีนว่า “หนานจิงฟูจื่อเมี่ยว” แปลว่า “ศาลฟูจื่อเมืองหนานจิง” เหตุที่ใช้ชื่อว่าศาลฟูจื่อ (夫子) เพราะคำว่า “ฟูจื่อ” เป็นคำที่บรรดาสานุศิษย์ใช้เรียกขานขงจื่อด้วยความเคารพนับถือ ศาลแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณเขตฉินหวย (秦淮区) นครหนานจิง ถือเป็นหนึ่งสถานที่สำคัญด้านวัฒนธรรมของเมืองหนานจิง
วัดต้าเป้าเอิน (大报恩寺 วัดมหากตัญญุตา) ตั้งอยู่นอกประตูจงหัว เขตฉินหวย นครหนานจิง เป็นวัดพุทธแห่งแรกและศูนย์กลางของพุทธศาสนาทางตอนใต้ของประเทศจีน ทว่าปัจจุบันกลับเหลือเพียงซากปรักหักพัง และเจดีย์ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ในสถานที่เดิมเพียงเท่านั้น
หลานไฉ่เหอ (藍采和 สำเนียงแต้จิ๋วออกเสียงว่า “หน่าไฉฮั้ว”) เป็นนามของเซียนตนหนึ่งในคณะแปดเซียน (八仙 ปาเซียน หรือ โป๊ยเซียน) มีภาพลักษณ์เป็นเซียนวัยหนุ่ม1 ผูกผมสองจุก สวมเสื้อผ้าขาดกะรุ่งกะริ่ง ในมือถือตะกร้าดอกไม้ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนการป้องกันและบรรเทาโรคภัย
เรื่องราวของบูเช็กเทียน หรือ “อู่เจ๋อเทียน” (武則天 ค.ศ. 624 - 705) เป็นหนึ่งในหัวข้อประวัติศาสตร์จีนที่มีผู้สนใจกันมาก ในฐานะจักรพรรดินีองค์แรกและองค์เดียวเหนือบัลลังก์มังกร ระยะเวลาราวกึ่งศตวรรษที่ทรงครองแผ่นดินจีน ถือเป็นยุคทองยุคหนึ่งของราชวงศ์ถัง (唐 ค.ศ. 618 - 907) อย่างไม่มีข้อคัดค้าน
หมากล้อม (圍棋) หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ “โกะ” (GO) เป็นหมากกระดานชนิดหนึ่งซึ่งประกอบด้วยผู้เล่นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งวางหมากสีดำ อีกฝ่ายหนึ่งวางหมากสีขาว เป้าหมายของการเล่นคือฝ่ายใดยึดครองพื้นที่ได้มากกว่า ฝ่ายนั้นย่อมเป็นผู้ชนะ
พระฉายาลักษณ์หนึ่งที่น่าสนใจของสมเด็จพระพันปีหลวงฉือสี่ (慈禧太后 ค.ศ. 1835 - 1908) หรือพระนางซูสีไทเฮา ที่มีผู้ให้ความสนใจกันมากภาพหนึ่ง คือภาพที่ประทับนั่งและยื่นพระหัตถ์ให้สุภาพสตรีชาวตะวันตกผู้หนึ่งจับ ซึ่งแสดงออกถึงการ "เปิดรับ" ความเป็นตะวันตกของราชสำนักชิงในช่วงใกล้อวสาน นอกจากองค์ประกอบภาพที่น่าสนใจแล้ว บุคคลในภาพที่จับพระหัตถ์พระพันปีหลวงอย่างเลดีซาราห์ ไปค์ คองเกอร์ (Lady Sarah Jane Pike Conger ค.ศ. 1843 - 1932) ก็มีประวัติน่าสนใจ ในฐานะ "พระสหาย" ชาวตะวันตกของพระพันปีหลวงเช่นกัน