เหตุใดชาวจีนจึงเรียกตนเองว่า “ลูกหลานของมังกร”?
หลายคนเข้าใจว่ามังกรเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติจีน จึงเรียกประเทศจีนว่า ‘แผ่นดินมังกร’ หรือแม้แต่ชาวจีนเองก็เรียกตัวเองว่า ‘龙的传人’ ซึ่งหลายคนแปลว่า ‘ลูกหลานของมังกร’
หลายคนเข้าใจว่ามังกรเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติจีน จึงเรียกประเทศจีนว่า ‘แผ่นดินมังกร’ หรือแม้แต่ชาวจีนเองก็เรียกตัวเองว่า ‘龙的传人’ ซึ่งหลายคนแปลว่า ‘ลูกหลานของมังกร’
หากพูดถึงบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์จีนอย่างขงจื่อ (孔子) เหลาจื่อ (老子) เมิ่งจื่อ (孟子) หรือแม้แต่สวินจื่อ (荀子) เชื่อว่าคนไทยหลายต่อหลายคนคงได้ยินผ่านหูมาบ้าง แต่มีบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์จีนอีกท่านหนึ่งที่ยังไม่ค่อยปรากฏสู่สายตาคนไทยและยังไม่ค่อยได้รับการพูดถึงเท่าใดนัก นั่นก็คือ ก่วนจ้ง (管仲) หรือก๋วนจื่อ (管子)
ในสมัยโบราณการที่ผู้หญิงจะมีอิทธิพลเหนือผู้ชายนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ หากแต่มีสตรีผู้หนึ่งซึ่งทรงอิทธิพลเหนือบุรุษผู้หนึ่ง และบุรุษผู้นั้นก็เป็นถึงฮ่องเต้แห่งราชวงศ์หมิง อิทธิพลที่ว่านี้หาใช่อำนาจบารมี หาใช่ทรัพย์สินไม่ แต่เป็นความรักซึ่งฮ่องเต้พระองค์นี้มีให้แก่สตรีผู้นี้ซึ่งนางใดจะแทนที่ได้ นามของเธอคือ ว่านเจินเอ๋อร์
ในประเทศจีนมีการพิสูจน์สาวพรหมจารีด้วยวิธีการอันหลากหลาย ส่วนใหญ่เพื่อถวายตัวสาวพรหมจารีแด่จักรพรรดิ แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ความเชื่อที่เคยฝังหัวก็ค่อยๆ จางลง มีบันทึกว่ามีการพิสูจน์สาวพรหมจารีตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น
เมื่อกล่าวถึงจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ชิง (清朝 ค.ศ. 1636-1912) แน่นอนว่าย่อมต้องมี 3 พระองค์ รวมอยู่ด้วย ได้แก่ จักรพรรดิคังซี (康熙 ค.ศ. 1654-1722) ครองราชสมบัติยาวนานถึง 61 ปี สวรรคตเมื่อพระชนมายุ 69 พรรษา จักรพรรดิยงเจิ้ง (雍正 ค.ศ. 1678-1735) ครองราชสมบัติเพียง 13 ปี สวรรคตเมื่อพระชนมายุ 57 พรรษาเท่านั้น และจักรพรรดิเฉียนหลง (乾隆 ค.ศ. 1711-1799)
จักรพรรดิคังซี (康熙 ค.ศ1654-1722) เป็นจักรพรรดิองค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์ชิง (清 ค.ศ 1636 – ค.ศ 1912) เป็นโอรสของจักรพรรดิซุ่นจื้อ (順治 ค.ศ 1638-1661) ขึ้นครองราชย์เมื่อมีพระชนมายุเพียง 8 พรรษา หลังจากพระราชบิดาสวรรคตแล้ว พระองค์ก็อยู่ในความอุปถัมภ์ของพระอัยยิกา (ย่า) จักรพรรดิ
อู่เจ๋อเทียน (武则天) หรือบูเช็คเทียน เดิมชื่ออู่จ้าว (武照) เกิดปี ค.ศ. 624 บิดาของนางแซ่ ‘อู่’ (武) นามว่า ซื่อเยว์ (士彟) เป็นพ่อค้าไม้แห่งเมืองปิงโจวเหวินสุ่ย (并州文水) มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับหลี่เอวียน ทั้งสองได้ร่วมกันกระทำรัฐประหารต่อราชวงศ์สุย (隋朝)
ในปี ค.ศ. 1274 เมื่อฮ่องเต้ซ่งตู้จง (宋度宗) สวรรคต ราชสำนักซ่งใต้จึงเหลือรัชทายาทองค์น้อยอยู่ 3 พระองค์ ได้แก่ องค์ชายเจ้าซื่อ (赵昰) พระชนมายุ 7 พรรษา พระโอรสในหยางซูเฟย (杨淑妃) องค์ชายเจ้าเสี่ยน (赵显) พระชนมายุ 4 พรรษา พระโอรสในเฉวียนฮองเฮา (全皇后) และองค์ชายเจ้าปิ่ง (赵昺)
จักรพรรดิหมิงไท่จู่ (明太祖) ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์หมิง(明朝)ถือเป็นกษัตริย์องค์ที่ 2 ต่อจากกษัตริย์ฮั่นโกโจ(汉高祖)แห่งราชวงศ์ฮั่น(汉朝)ที่ไต่เต้าจากการเป็นสามัญชนขึ้นสู่ตำแหน่งผู้ปกครองสูงสุดของจีน
ลักษณะของบทประพันธ์เรื่องยาวสมัยราชวงศ์หมิง แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ คือ นิยายอิงประวัติศาสตร์(讲史小说)นิยายประเภทผีสางเทวดา(神鬼小说)นิยายประเภทสะท้อนสังคม(世情小说)นิยายประเภทคดีความ(公案小说)