ภูเขาเย่ว์ลู่ (岳麓山)

เรื่องโดย : ทีมงานอาศรมสยาม-จีนวิทยา


 

——ภูเขาเย่ว์ลู่ (岳麓山) หรือเรียกสั้นๆ ว่า “ลู่ซาน” (麓山) เป็นหนึ่งในยอดเขาสำคัญของภูเขาเหิงซาน (衡山)[1] ชื่อ “เย่ว์ลู่” มีที่มาจากบันทึก หนานเย่ว์จี้ 《南岳记》[2] ในสมัยราชวงศ์เหนือใต้ (南北朝 ค.ศ. 420–589) ซึ่งกล่าวถึงภูเขาเหิงซานว่า “หนานเย่ว์ทอดยาวไกล 800 ลี้ มีหุยเยี่ยนเป็นต้น และเย่ว์ลู่เป็นปลาย” (南岳周围八百里,回雁为首,岳麓为足)

——ภูเขาเย่ว์ลู่อยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเซียงเจียง (湘江) ในเขตเย่ว์ลู่ (岳麓) นครฉางซา (长沙) มณฑลหูหนาน (湖南) มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติอย่างโดดเด่น ทั้งยังเป็นแหล่งรวมพืชพรรณกว่า 977 ชนิด ครอบคลุมทั้งป่าดิบใบกว้างกึ่งเขตร้อน ป่าสนเขตอบอุ่น ตลอดจนผืนป่าดั้งเดิม ต้นไม้โบราณ และพันธุ์ไม้หายากใกล้สูญพันธุ์ นอกจากนี้ ภูเขาเย่ว์ลู่ยังได้รับการยกย่องให้เป็น ภูเขาแห่งวัฒนธรรม (文化名山) ที่หลอมรวมแนวคิดของลัทธิขงจื๊อ พุทธ และเต๋าเข้าด้วยกัน เนื่องจากเป็นสถานที่ที่นักปราชญ์ พระสงฆ์ นักพรต ตลอดจนกวีจำนวนมากได้เดินทางมาศึกษา เผยแผ่แนวคิด และสร้างสรรค์ผลงาน จนกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ได้รับการจัดอันดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A ของจีนในปี ค.ศ. 2012

 

  • สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ

——1. พื้นที่ท่องเที่ยวภูเขาเย่ว์ลู่ (岳麓山风景名胜区) แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติชื่อดังของนครฉางซา สถานที่แห่งนี้เป็นจุดรวมของวัฒนธรรมหูเซียง (湖湘文化)[3] สะท้อนจิตวิญญาณแห่งวัฒนธรรมหูเซียงที่ว่า “ห่วงใยบ้านเมือง กล้าบุกเบิกสิ่งใหม่ มุ่งมั่นไม่ย่อท้อ และเปิดกว้างยอมรับความหลากหลาย” (心忧天下、敢为人先、百折不挠、兼收并蓄) จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันโดดเด่นและมีอิทธิพลสืบเนื่องมาอย่างยาวนาน

——2. วัดลู่ซาน (麓山寺) เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดของมณฑลหูหนาน สร้างขึ้นในปีค.ศ. 268 สมัยราชวงศ์จิ้นตะวันตก (西晋ค.ศ. 265–316) เดิมมีชื่อว่าวัดฮุ่ยกวงหมิง (慧光明寺) ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นวัดลู่ซานในช่วงต้นราชวงศ์ถัง (唐 ค.ศ. 618–907) วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม โดยด้านซ้ายติดกับช่องเขาชิงเฟิง (清风) ด้านขวารับน้ำจากน้ำพุไป๋เฮ่อ (白鹤) ส่วนด้านหลังพิงแนวเขาที่มีศิลาจารึกอี่ว์เปย (禹碑)[4]  นับเป็นสถานที่ที่ผสานเสน่ห์ของประวัติศาสตร์และธรรมชาติไว้อย่างลงตัว จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น โบราณสถานที่ได้รับการคุ้มครองระดับมณฑลหูหนาน (湖南省文物保护单位) ในปี ค.ศ. 1993

 

——3. สำนักศึกษาเย่ว์ลู่ (岳麓书院) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 976 เป็นหนึ่งใน “สี่ยอดสำนักศึกษา” (四大书院) โดยเปิดสอนและสืบทอดการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่ง (宋 ค.ศ. 960–1279) ถึงราชวงศ์ชิง (清 ค.ศ. 1644–1911) แม้สถานที่แห่งนี้จะผ่านการปฏิรูประบบการศึกษาในปลายยุคราชวศ์ชิง การเลิกระบบสำนักศึกษาโบราณ
การปรับเปลี่ยนหลังการปฏิวัติซินไฮ่ (辛亥革命)[5] จนกระทั่งพัฒนามาอยู่ในสังกัดมหาวิทยาลัยหูหนาน (湖南大学) ในปัจจุบัน ก็ล้วนแต่เป็นการขยายพื้นที่บนรากฐานสถานที่เดิม ทำให้สำนักศึกษาเย่ว์ลู่เป็นศูนย์กลางการศึกษาของมณฑลหูหนานมานานนับพันปี จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “สถาบันการศึกษาพันปี” (千年学府)

 

 


[1] หรือที่เรียกกันว่า หนานเย่ว์ (南岳)

[2] บันทึกภูมิศาสตร์และลักษณะภูมิประเทศของภูเขาเหิงซาน เขียนโดย สีว์หลิงชี (徐灵期 ไม่ทราบปีเกิด–ค.ศ. 474) นักพรตลัทธิเต๋าสมัยราชวงศ์เหนือใต้ เนื้อหามุ่งเน้นบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับภูมิประเทศ สภาพแวดล้อม และทัศนียภาพของภูเขาเหิงซาน

[3] หรือวัฒนธรรมหูหนาน โดย 湘คือชื่อย่อของมณฑลหูหนาน (มีที่มาจากแม่น้ำเซียงเจียงที่ไหลผ่านมณฑล) มีความโดดเด่นทั้งในด้านปรัชญา วรรณกรรม ศิลปะการแสดง และอาหารการกิน (อาหารหูหนานที่มีรสชาติเผ็ดร้อน) รวมถึงจิตวิญญาณของชาวหูหนานที่ขึ้นชื่อเรื่องความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว และรักชาติ

[4] ศิลาจารึกอักษรโบราณ 77 ตัวอันทรงคุณค่า เล่าขานตามตำนานว่าเป็นลายสลักของ “ต้าอวี่” (大禹) มหาบุรุษ
ผู้ขจัดปัญหาอุทกภัย ต้นฉบับประดิษฐาน ณ ภูเขาเหิงซาน มณฑลหูหนาน

[5] การปฏิวัติโค่นล้มราชวงศ์ชิง ราชวงศ์สุดท้ายที่ปกครองจีน