ชาหลงจิ่งแห่งซีหู

เรื่องโดย: ทีมงานอาศรมสยาม-จีนวิทยา


——ทัศนียภาพอันงดงามแห่งซีหูและชาลือชื่อแห่งหลงจิ่ง มีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วโลกมายาวนาน การท่องเที่ยวทะเลสาบแห่งซีหู (西湖) พร้อมลิ้มรสชาหลงจิ่ง (龙井) เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ผู้มาเยือนไม่ควรพลาด บริเวณหุบเขารอบๆ ทะเลสาบซีหูแห่งเมืองหังโจว มีชื่อเสียงมาช้านานว่าเป็นแหล่งผลิตใบชาที่สำคัญ แต่การปลูกชาในพื้นที่แถบนี้เริ่มตั้งแต่เมื่อใดนั้นยังเป็นคำถามที่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันชัดเจน

——ใน ‘คัมภีร์แห่งชา’ (茶经) ของนักประพันธ์สมัยราชวงศ์ถัง (唐 ค.ศ. 618–907) นามลู่อี่ว์ (陆羽 ค.ศ. 733–804) มีบันทึกเล่าไว้ว่า มีการปลูกชาในวัดเทียนจู๋ (天竺寺) และวัดหลิงอิ่น (灵隐寺) ในเมืองหังโจวแล้วตั้งแต่ยุคนั้น ต่อมาซูตงพอ (苏东坡 ค.ศ.1037–1101) กวีเรืองนามสมัยราชวงศ์ซ่งได้ศึกษาสอบทานประวัติศาสตร์การปลูกชาในแถบทะเลสาบซีหู ซึ่งเชื่อว่าต้นชาที่เก่าแก่ที่สุดของซีหูอยู่ที่บริเวณถ้ำเซียงหลิน (香林洞) ในวัดเทียนจู๋ซึ่งมีมาตั้งแต่ราชวงศ์เหนือใต้ (南北朝 ค.ศ. 420–589) นับว่าสอดคล้องกับบันทึกใน ‘คัมภีร์แห่งชา’ จึงทำให้สรุปได้ในชั้นหนึ่งว่า แถบทะเลสาบซีหูนี้มีการปลูกชามาตั้งแต่สมัยราชวงศ์เหนือใต้ นับเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1,500 ปีแล้ว

——ศิลปะการดื่มชาอย่างพิถีพิถันนั้นมีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง ใบชาของแต่ละท้องถิ่นก็ได้รับความนิยมแตกต่างกันไปตามยุคสมัย เช่น ในราชวงศ์ถังนิยมใบชาจากเมืองหยางเซี่ยน (阳羡) สมัยราชวงศ์ซ่ง (宋 ค.ศ. 960–1279) นิยมใช้ใบชาจากฮกเกี้ยน (福建 ฝูเจี้ยน) ส่วนชาหลงจิ่งเริ่มปรากฏมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หยวน (元 ค.ศ. 1271–1368) มีบทกวีพรรณาถึงรายละเอียดและคุณสมบัติของชาหลงจิ่งไว้อย่างน่าชื่นชม ต่อมาในสมัยราชวงศ์หมิง (明 ค.ศ. 1368–1644) ชาหลงจิ่งได้รับความนิยมมากขึ้น ดังมีบันทึกไว้ในเอกสารทางประวัติศาสตร์ในรัชสมัยกษัตริย์หมิงซื่อจง (明世宗 ค.ศ. 1507–1567) ว่า “ในบรรดาชาทั้งหมดของเขตหังโจว ล้วนสู้ชาหลงจิ่งไม่ได้ โดยเฉพาะใบชาที่เก็บในช่วงก่อนหน้าฝน ถือเป็นสิ่งล้ำค่ายิ่ง” เมื่อถึงสมัยราชวงศ์ชิง ชาหลงจิ่งก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่จักรพรรดิคังซี (康熙 ค.ศ. 1654–1722) เสด็จประพาสเจียงหนาน (江南) และเยือนหลงจิ่งเป็นการส่วนพระองค์ ส่งผลให้ชาหลงจิ่งมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั้งในและนอกประเทศ

——ชาหลงจิ่งแห่งซีหูปลูกขึ้นท่ามกลางหุบเขาที่ล้อมรอบทะเลสาบซีหูทั้งสี่ด้าน จุดเด่นของใบชาดังกล่าว ได้แก่ ใบแบนเรียบสวย สีเขียวเข้มเป็นมันวาว กลิ่นหอมจรุงใจ เมื่อนำใบชามาชงในแก้วจะเห็นยอดชาสีเขียว มีชีวิตชีวาเหมือนบัวเหนือน้ำ

——ความยอดเยี่ยมของชาหลงจิ่งเกิดมาจากกรรมวิธีการผลิตที่ประณีต ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบโดยการเด็ดยอดใบชาหนึ่งหรือสองใบเท่านั้น จากนั้นนำมาผึ่งลมแล้วคั่วให้ความชื้นออกจากใบชาประมาณ 70% ร่อนด้วยตะแกรง ก่อนที่จะอบเพื่อให้ใบชาแห้งสนิท แล้วคัดแยกใบชาที่มีลักษณะไม่สมบูรณ์ออกอีกครั้ง จากนั้นจึงจัดส่งไปบรรจุหีบห่อตามกระบวนการผลิตของโรงงานต่อไป ขั้นตอนในการผลิตชาหลงจิ่งค่อนช้างซับซ้อน ทำให้ผู้ที่มีโอกาสได้ชมกระบวนการผลิตชาหลงจิ่งเกิดความรู้สึกชื่นชมและเชื่อถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมคุณภาพ

——การลิ้มรสชาหลงจิ่งควรใช้ถ้วยชาที่ทำจากถ้วยแก้ว ใส่ใบชาประมาณ 3 กรัม ชงกับน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิประมาณ 80 องศาเซลเซียส ประมาณ 200 มิลลิลิตร ทิ้งไว้ 3-5 นาที ก็จะได้ทั้งกลิ่นหอมและน้ำชาสีสันสวยงาม พร้อมดื่มได้ทันที

——ชาหลงจิ่งแถบซีหู เรียกชื่อตามชื่อท้องถิ่นที่เป็นแหล่งปลูกชา ถือกันว่าเป็นใบชาที่มีคุณภาพดีที่สุด ชาหลงจิ่งถือเป็นชาแห่งมิตรไมตรีเนื่องจากชาวจีนนิยมมอบให้เป็นของกำนัลแก่กัน แม้แต่ในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ชาหลงจิ่งก็มักจะเป็นเครื่องดื่มอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในงานเลี้ยงน้ำชา จึงไม่เพียงมีตลาดภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นสินค้าส่งออกที่ได้รับความนิยมจากนานาประเทศทั้งในยุโรป อเมริกา และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้