คำจีนใช้สนุก (趣用汉词语)


——ปรากฏการณ์ “ผิดจนกลายเป็นถูก” ในหลักการใช้ภาษา สามารถเห็นได้จากคำว่า 怂 (sǒng) ซึ่งหมายถึง อ่อนแอ, ขี้ขลาด, กลัว, หรือไม่กล้าสู้หน้า ไม่กล้าตัดสินใจ มักใช้บรรยายคนที่มีบุคลิกใจเสาะหรือหลีกเลี่ยงปัญหา ทว่าคำนี้มักถูกอ่านออกเสียงเพี้ยนเป็น sóng เมื่อคนส่วนใหญ่ใช้กันจนคุ้นเคย ประกอบกับอิทธิพลของสื่อและโซเชียลมีเดีย คำว่า 怂 ในเสียงอ่าน sóng นี้ จึงได้รับการอนุโลมและกลายเป็นภาษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์

 

  • เมื่อพูดถึงลักษณะนิสัย “ขี้ขลาด ใจเสาะ หรือปอดแหก” ศัพท์วัยรุ่นใช้คำว่า 怂 sǒng ปัจจุบันมักอ่านเพี้ยนเป็น sóng

ตัวอย่าง

——(A สอนเทคนิคจีบสาวให้ B)

——A : 追美女,决不能怂!
——Zhuī měi nǚ, jué bù néng sóng!
——จีบสาวสวย ใจปลาซิวไม่ได้เด็ดขาด

——B : 你追吧,我怂。我不敢。
——Nǐ zhuī ba, wǒ sóng. Wǒ bù gǎn.
——นายจีบเถอะฉันปอดแหก ฉันไม่กล้า

  • เมื่อพูดถึง “คนขี้ขลาด หรือ คนใจเสาะ” ศัพท์วัยรุ่นใช้คำว่า 怂包 sóng bāo หรือ 软蛋 ruǎn dàn ทั้ง 2 คำล้วนมีความหมายเชิงดูถูก หมายถึง คนขี้กลัว คนขี้ขลาด หรือ คนใจเสาะ

ตัวอย่าง

  1. 他拒绝挑战,真是个怂包!
    Tā jù jué tiǎo zhàn, zhēn shì gè sóng bāo!
    เขาปฏิเสธการท้าทาย ช่างเป็นคนขี้ขลาดจริงๆ!
  2. 他拒绝挑战,真是个软蛋
    Tā jù jué tiǎo zhàn, zhēn shì gè ruǎn dàn!
    เขาปฏิเสธการท้าทาย ช่างเป็นคนขี้ขลาดจริงๆ!

 

  • เมื่อพูดถึงการ “ยอมแพ้ ยอมจำนน หรือยอมรับว่าตนไม่มีทางสู้” ศัพท์วัยรุ่นใช้คำว่า 认怂 rèn sóng 认 หมายถึง ยอมรับ 怂 หมายถึง ขี้กลัว, ไม่กล้า, ขี้ขลาด หรือใจปลาซิว

ตัวอย่าง

——(A เกลี้ยกล่อมเพื่อน B คนที่โดนมนุษย์ป้ากล่าวหาว่าขับรถปาดหน้า)

——A : 俗话说‘好男不跟女斗’,咱俩认怂吧。
——Sú huà shuō ‘hǎo nán bù gēn nǚ dòu’, zán liǎ rèn sóng ba.
——โบราณกล่าวว่า ‘ผู้ชายที่ดีไม่สู้กับผู้หญิง’ เราสองคนยอมๆ ไปเถอะ

——B : 唉!认怂、认怂。我去道歉!
——Ài! Rèn sóng, rèn sóng. Wǒ qù dào qiàn!
——เฮ้อ! ยอมแพ้ๆ ผมไปขอโทษแล้วกัน!

——แม้สแลงจัดว่าเป็นภาษาที่เกิดขึ้นและหายไปอย่างรวดเร็ว ใช้เพื่อให้รู้สึกทันสมัยและเข้ากับกลุ่มวัยรุ่นหรือวัฒนธรรมสมัยนิยม แต่การเข้าใจหลักที่มายังคงเป็นสิ่งสำคัญ กล่าวคือ คำว่า 怂 sóng ในที่นี้มีอักษรเขียนคือ 㞞 ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากภาษาจีนกวางตุ้ง เดิมมีความหมายสื่อถึงน้ำอสุจิหรือโดยนัยว่าอวัยวะเพศชาย เมื่อใช้เป็นคำสแลงจะสื่อความหมายในเชิงดูหมิ่นหรือเหยียดหยามว่า “ไม่เอาไหน” หรือ “ขี้ขลาด” มักปรากฏในนวนิยายสมัยราชวงศ์หมิงและชิง โดยใช้เป็นคำคุณศัพท์เพื่ออธิบายว่าใครบางคน “ไร้ประโยชน์” หรือ “ขี้ขลาด” เช่น “㞞人” (คำดูถูกสำหรับคนที่อ่อนแอและไร้ความสามารถ) หรือ “㞞包” (คำดูถูกสำหรับคนที่ขี้ขลาด)

——อย่างไรก็ตาม เมื่อค้นในพจนานุกรมก็พบว่าตัวอักษร 怂 นี้มีการออกเสียงเพียงแบบเดียวในภาษาจีนกลาง ซึ่งก็คือ 怂sǒng หมายถึง อ่อนแอ, ขี้ขลาด, ไม่กล้าหาญ มักประสมเป็นคำศัพท์ 怂恿 sǒng yǒng แปลว่า ยุยง, เพื่อปลุกปั่นชักจูงผู้อื่นให้ทำเรื่องที่ไม่ดี หรือมีความเสี่ยง ซึ่งจะเน้นไปที่การชักจูงในเชิงกระตุ้นความต้องการของผู้อื่น สามารถตามด้วยกรรมตรง หรือใช้คู่กับคำว่า 被 bèi ถูก, โดน

ตัวอย่าง

  1. 王刚怂恿小孩偷东西。
    Wáng gāng sǒng yǒng xiǎo hái tōu dōng xi.
    หวางกังยุยงให้เด็กขโมยของ
  2. 小孩偷东西是王刚怂恿的。
    Xiǎo hái tōu dōng xi shì bèi Wáng gāng sǒng yǒng de.
    เด็กขโมยของเป็นเพราะถูกหวางกังยุยง

 

  • รูปแบบประโยค “ประธาน 在 ผู้ใด 的怂恿下 กระทำแบบใด” สื่อความหมาย “ประธานการกระทำ/พฤติกรรม + ภายใต้การยุยงของผู้ยุยง” ดังตัวอย่างข้างล่างนี้

——闺蜜的怂恿下买了那块名表。
——zài guī mì de sǒng yǒng xià mǎi le nà kuài míng biǎo.
——ฉันซื้อนาฬิกาหรูเรือนนั้นตามคำยุยงของเพื่อนสนิท

 

 


ศัพท์และสำนวนน่ารู้ (实用惯用语)


 

———————————-zhàn      zhe       shuō huà        bù         yāo        téng

สำนวน—————————站          着            说话            不           腰           疼

แปลทีละคำศัพท์—————-ยืน       (อยู่)          พูดคุย          ไม่          เอว         ปวด

แปลเอาความ——————- ยืนพูดอยู่ไม่ปวดเอว

คำอธิบายเพิ่มเติม : มีความหมายแฝงว่า ดีแต่พูด / พูดง่าย ใครๆ ก็พูดได้ แต่เมื่อมาทำจริงๆ ไม่ได้ง่ายอย่างที่พูด หรือดีแต่พูดโดยไม่นึกถึงความยากลำบากของคนที่ทำ มักใช้เป็นคำตัดพ้อด้วยอารมณ์น้อยใจหรือเสียใจ เนื่องจากไม่ได้รับความเห็นใจจากอีกฝ่ายซึ่งมองว่ามีสถานะอยู่สบายกว่าหรือลำบากน้อยกว่า อีกกรณีคือ มักใช้เพื่อโต้แย้งผู้ที่แสดงความคิดเห็นเชิงดูถูกการทำงานหรือความทุ่มเทของผู้อื่น โดยที่ตนเองไม่เคยได้สัมผัสประสบการณ์นั้นมาก่อน เพียงแค่ต้องการพูดเพื่อแสดงอำนาจเท่านั้น

ตัวอย่าง

  1. 人民抱怨总理“站着说话不腰疼”。
    Rén mín bào yuàn zǒng lǐ “zhàn zhe shuō huà bù yāo téng
    ชาวบ้านบ่นกันว่านายกรัฐมนตรีดีแต่พูด (ยืนพูดไม่ปวดเอว) 
  2. 物价上涨没压力?别“站着说话不腰疼”!
    Wù jià shàng zhǎng méi yā lì? Bié “zhàn zhe shuō huà bù yāo téng”!
    ค่าครองชีพสูงขึ้นไม่กดดันรึ? อย่าดีแต่พูด (ยืนพูดไม่ปวดเอว) 
  3. 哼,真是“站着说话不腰疼”,你来做给我看好了。
    Hng, zhēn shì “zhàn zhe shuō huà bù yāo téng”, nǐ lái zuò gěi wǒ kàn hǎo le.
    ฮึ! ดีแต่พูดจริงๆ เลย เธอมาทำให้ฉันดูก็แล้วกัน

 

   

 


 

 

———————————-huò             xī                  ní

สำนวน—————————和              稀                 泥

แปลทีละคำศัพท์—————ผสม     หร็อมแหร็ม       โคลน

แปลรวมศัพท์——————-ผสมโคลนหร็อมแหร็ม

แปลเอาความ——————-แก้ปัญหาอย่างมั่วซั่ว / ไกล่เกลี่ยมั่วซั่ว / ไกล่เกลี่ยแบบขอไปที

คำอธิบายเพิ่มเติม : สํานวนตำหนิพฤติกรรมของคนบางคน ซึ่งมีหน้าที่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท แต่กลับทำหน้าที่แบบมั่วนิ่ม ไม่มีหลักการที่ชัดเจน หวังแค่ช่วยลดความตึงเครียดเฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียว แม้ดูเจตนาดีเพื่อให้อะลุ่มอล่วยกัน แต่ท้ายที่สุดไม่เพียงแก้ปัญหาไม่ได้ ยังก่อให้เกิดปัญหาสะสมตามมาภายหลัง

ตัวอย่าง

  1. 张县长办事认真,从不和稀泥
    Zhāng xiàn zhǎng bàn shì rèn zhēn, cóng bú huò xī ní.
    นายอำเภอจางทำงานจริงจัง ไม่เคยแก้ปัญหาอย่างมั่วซั่ว 
  2. 儿女们争夺财产,父母只能和稀泥
    Ér nǚ men zhēng duó cái chǎn, fù mǔ zhǐ néng huò xī ní.
    ลูกๆ ทะเลาะกันแย่งสมบัติ พ่อแม่ได้แต่ไกล่เกลี่ยแบบขอไปที 
  3. 这债是不是你帮他还?不是就别来和稀泥
    Zhè zhài shì bú shì nǐ bāng tā huán? Bú shì jiù bié lái huò xī ní.
    หนี้ก้อนนี้คุณช่วยเขาจ่ายหรือไม่? ถ้าไม่ใช่ก็อย่ามาไกล่เกลี่ยมั่วซั่ว 
  4. 妈妈和妻子吵架时,王强总是和稀泥
    Mā ma hé qī zi chǎo jià shí, Wáng qiáng zǒng shì huò xī ní.
    เวลาแม่กับภรรยาทะเลาะกัน หวังเฉียงมักจะไกล่เกลี่ยแบบขอไปที